เรียน 4 ปี ได้อะไรบ้าง?

Estimated reading time

2 minute

สวัสดีค้าบทุกคน เราชื่อตาวัน พึ่งได้เป็นบัณฑิตคณะวิศวะแบบสดๆร้อนๆในปี 2024

พอลองนึกย้อนไปถึงตัวเองตอนปี 1 แว๊บแรกที่เข้ามาในหัวเลยก็คือ โอโห มาไกลเหมือนกันนะ เพราะบ้านอยู่ไกลจากมหาลัย หยอกก

หมายถึงมาไกลในด้านความรู้ ความคิด และการมองสิ่งต่างๆ

ความรู้ได้แน่นอนแหละ เรียนมาตั้ง 4 ปี แต่บทความนี้อยากมาแชร์เรื่องราวที่ตกผลึกได้จากมหาลัย เพราะสำหรับเรา มหาลัยมีสิ่งที่สำคัญมากกว่าความรู้ในห้องเรียน มา!

  1. หัวใจสำคัญคือวิธีการเรียนรู้
  2. อย่ามองข้ามความรู้นอกห้องเรียน
  3. มหาลัยคือสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัยที่สุด
  4. นอกจากเป็นผู้อยู่อาศัย ให้ลองพยายามเป็นฟันเฟือง
  5. บทส่งท้าย

หัวใจสำคัญคือวิธีการเรียนรู้

99% of your knowledge is on your phone.

ชุดความรู้ต่างๆเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเข้าถึงได้ด้วยโทรศัพท์ของเราภายในเวลาไม่กี่วินาที

หากใครมีเทคนิคในการเรียนรู้ สามารถจับจุดสำคัญต่างๆนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เราว่านี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคที่ความรู้ไหลเข้าหัวเรามากมาย (แล้วก็ไหลออกไป 5555)

หรือบางทีการเรียนมหาลัยอาจนานเกินไป เพราะกว่าจะเรียนจบ 4 ปีความรู้ที่ได้มาก็เป็นของเก่าแล้ว TT

เพราะฉะนั้นนอกจากการนั่งเรียนในห้องจนสอบผ่าน สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือพื้นฐานของมัน และวิธีในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ

อย่ามองข้ามความรู้นอกห้องเรียน

ในวันที่มีเพื่อนนั่งเรียนในห้องพร้อมๆกับเราหลายร้อยคน มีรุ่นพี่ที่มีความรู้จากห้องเรียนเหมือนกับเราหลายพันคน

คำถามที่สำคัญคือ “ความสามารถในการแข่งขัน” ของเราคืออะไร?

เราอาจจะหาคำตอบได้จากการลองทำกิจกรรมในมหาลัย ลองทำโปรเจคที่เราสนใจ หรือจะเป็นการหาความรู้ต่างๆในสิ่งที่เราชอบ

อย่างไรก็ตามคงเป็นเรื่องยากมากๆ ถ้าอยากให้ความสามารถในการแข่งขันของเรามาจากความรู้ในห้องเรียน

มาเริ่มมองหาความพิเศษในตัวเรากัน

มหาลัยคือสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัยที่สุด

มหาลัยเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมหลายอย่างมารอเราอยู่ตรงหน้า หากเรากล้าเดินเข้าไปก็จะได้เจอเพื่อนอีกมากมายที่พร้อมทำอะไรสนุกๆไปด้วยกัน

และยิ่งในช่วงชีวิตที่ความรับผิดชอบหลักของเรามีเพียงการเรียน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีเวลาว่างมากพอให้กับสิ่งเราที่สนใจแน่นอน

มีเพื่อนที่พูดคุยกับเราโดยที่ไม่ได้คาดหวังผลประโยชน์ใดๆ

มีอาจารย์เก่งๆที่โคตรอยากตอบคำถามของเรา

ถ้าไม่ลองเล่นที่นี่ก็ไม่รู้จะได้เจอสนามเด็กเล่นอีกทีเมื่อไหร่ มาใช้ประโยชน์ของโอกาสในมหาลัยให้คุ้มค่ากัน

นอกจากเป็นผู้อยู่อาศัย ให้ลองพยายามเป็นฟันเฟือง

การมีคนรุ่นหลังเข้ามาอยู่ในที่ที่เราเคยอยู่ เราอยากให้เขารู้สึกแย่เหมือนที่เราเคยเจอ หรือประทับใจจนลืมไม่ลงกับที่แห่งนี้?

สำหรับเราการเป็นฟันเฟืองคือการช่วยลงแรง พัฒนา ปรับปรุง ในสิ่งที่เราเห็นด้วยกับการมีอยู่ของมัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรมดีๆ ปรับปรุงสิ่งที่เราเห็นว่าจะมีประโยชน์ ส่งต่อ know how บางอย่างให้รุ่นน้อง

แก่นสำคัญคือได้มอบคุณค่ากลับไปให้ที่ที่เราเคยอาศัยอยู่ ใครที่ได้มาเหยียบที่เดียวกับเรา คนนั้นต้องได้สิ่งดีๆกลับไปมากกว่าที่เราเคยได้

หากได้ลองแล้วจะรู้เลยว่าแม้เป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆก็สามารถสร้างคุณค่าได้อย่างมากมาย

บทส่งท้าย

เรื่องสุดท้ายที่เรามองว่าสำคัญมากๆจากมหาลัยคือได้ฝึกการเข้าสังคม เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ฝึกรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย ได้ลองเจอสถานการณ์ต่างๆที่รับมือได้ยาก

และถึงแม้ว่าแต่ละคนจะได้รับความรู้จากมหาลัยมากน้อยแตกต่างกันไป แต่หวังว่าทุกคนจะได้ทดลอง ฝึกซ้อม และพัฒนาสิ่งเหล่านี้นะ

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับทุกช่วงเวลาครับ : )

Enjoy the journey, not the destination!

Reference – Images from Unsplash

Get new posts sent directly to your inbox!


Comments

Leave a comment