บาลานซ์ระหว่างสินทรัพย์กับสภาพคล่องให้ได้ … จบแล้ว ง่ายจริงๆ 55555
แต่ถ้าเอายาวกว่านี้ เริ่มจากตีความแต่ละอย่างก่อน
สินทรัพย์ (Asset)
สินทรัพย์ (Asset) คือสิ่งที่ไม่เสื่อมค่าตามกาลเวลา สามารถใช้เป็นที่เก็บความมั่งคั่ง (Wealth) ของเราได้ เช่น ที่ดิน ทองคำ Bitcoin
ซึ่งเงินกระดาษหรือเงินที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันไม่ถือว่าเป็นสินทรัพย์ เนื่องจากมีการเสื่อมค่าตามกาลเวลาจากเงินเฟ้อ หรือเรียกได้ว่าเงินจำนวนเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลงนั่นเอง

สภาพคล่อง (Liquidity)
สภาพคล่องก็คือเงินที่เราใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (Currency) สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือบริการได้ในทันที ใช้ง่ายจ่ายคล่อง
สิ่งที่เป็นที่มาของสภาพคล่องก็เช่น รายได้ของเราจากการทำสิ่งที่เชี่ยวชาญ
การบาลานซ์ระหว่าง 2 สิ่ง
ทำไมต้องบาลานซ์ ลองนึกตามอย่างนี้
ถ้าเงินทั้งหมดของเราอยู่ที่สินทรัพย์ เราก็จะมีความมั่งคั่งมหาศาล แต่ก็ต้องไปนอนใต้สะพานลอย กินข้าววัด
ซึ่งถ้าหากเราไม่มีเงินซื้อข้าวกิน เราก็จะต้องโดนบังคับให้ขายสินทรัพย์ในราคาที่ไม่อยากขาย และจะต้องขายมันออกไปในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด เพื่อรีบเติมสภาพคล่องให้กับเรา
หรือถ้าเงินทั้งหมดของเราอยู่ที่สภาพคล่อง เราก็จะสามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่ด้วยความที่เงินในปัจจุบันไม่สามารถรักษามูลค่าผ่านการเวลาได้จากเงินเฟ้อ ยิ่งเวลาผ่านไปเราก็จะยิ่งจนลงเรื่อยๆ หรือถ้าอยากรวยเท่าเดิม ก็ต้องทำงานให้ได้มากขึ้นในทุกๆวัน
อาจจะลองนึกถึงสมัยคุณย่าเรา ก๋วยเตี๋ยวชามละ 1 บาท เก็บเงินเอาไว้ 10,000 บาท อยากให้หลานในอีก 20 ปีข้างหน้า และเราในปัจจุบันก็คงจะบอกย่าว่า 10,000 นึงเดือนเดียวก็หมดแล้วค้าบ ก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 แล้ววว
เพียงแค่เรามีสินทรัพย์ที่มากพอ และมีสภาพคล่องที่มากพอให้เราไม่โดนบังคับขายสินทรัพย์ในเวลาที่ไม่อยากขาย แค่นี้ก็ไม่จนแล้ว ง่ายจริงจริ๊ง
จะเห็นได้ว่ามันไม่มีเคล็ดลับอะไรซับซ้อน “ทำงานให้เยอะ กินให้น้อย แล้วเอาไปเก็บออม”
Don’t Trust, Verify.


Leave a comment