ยอมรับว่ากิจกรรมวันแรกของเขาทำไว้ดีมาก ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วว่าเสาร์อาทิตย์ทั้งวันผมขอยกให้โครงการนี้
บทความนี้จะมาเล่าให้ฟังเหมือนเดิมว่าได้ทำอะไรบ้าง แต่ก่อนอยากเล่าเรื่องน่าสนใจจากโครงการนี้ 2 เรื่อง
เรื่องแรกคือทีมงานผู้จัดโครงการนี้สามารถคุยด้วยได้ทุกเรื่อง เข้าถึงง่าย และสัมผัสได้ถึงความต้องการที่จะพัฒนาโครงการอย่างแท้จริง ทุกคนเป็น Professional มากๆ ขอชื่นชมใน Mindset และความตั้งใจนี้ครับ
เพื่อนร่วมโครงการมีทั้งหมด 35 คน เก่งทุกคน! หากมีการประเมินความสามารถแล้วผมได้อันดับสุดท้ายก็ไม่แปลกใจ เพื่อนเก่งจริงๆ อยากเรียนรู้จากทุกคนเลย
Practicum Partners Meet and Greet
มี Social Enterprise มากมายที่เป็น Partner กับโครงการ วันนี้เราได้ทำความรู้จักกับเขาทั้งหมด 6 โครงการ
- มูลนิธิยุวพัฒน์ – ให้ทุนการศึกษาน้องๆ ไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุนทุน แต่พยายามเป็นครอบครัวพูดคุยให้คำปรึกษากับน้องๆ เพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
- รักษ์สกล – ช่วยในเรื่องสาธารณะสุข หาตรงกลางระหว่างโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ตัวอย่างโครงการเช่น ตาขี้เกียจ มะเร็งปากมดลูก แท้งไม่เถื่อน
- HAND – ทำเรื่อง Anti-corruption เน้นเรื่อง Open Data ขอชื่นชมในความสามารถมากๆ เพราะถือเป็นเรื่องที่ยากที่สุดสำหรับผม
- ตั้งต้นดี – ดูแลผู้พ้นโทษจากเรือนจำ ให้มีงาน มีเงิน สามารถกลับเข้ามาใช้ชีวิตในสังคมต่อได้
- ทรัพย์ไพรวัลย์ – ดูแลช้าง ชุมชน ธรรมชาติ เมือง ให้มีรายได้อย่างยั่งยืน
- Saturday School – สอนสิ่งที่โรงเรียนไม่สอน ให้เด็กๆประถม มัธยมได้เจอได้ลอง
องค์กรที่ทำเพื่อสังคม นอกจากเป็นประโยชน์กับคนหมู่มากแล้วยังสามารถดำเนินงานไปได้ Session นี้ช่วยทำให้เราได้เห็นภาพได้ชัดยิ่งขึ้น
Conversation with Bangkok’s Youngest Vice Governor

เป็น Session ที่ได้คุยกับพี่ศานนท์ รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
อีกเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงการนี้คือ พี่ๆคนไหนที่มาเป็น Speaker ไม่ต้องเตรียมเรื่องมาพูดเลยก็ได้ เพราะน้องๆทุกคนจะถามพี่เองจนเลยเวลากลับบ้านของพี่ 5555
พี่ศานนท์เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับเมืองตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เป็นรองผู้ว่าฯ เช่นเคยเป็นคนที่ไปประท้วงเกี่ยวกับการไล่ที่ในกทม โดยพี่ศานนท์เสริมว่าการไปประท้วงง่ายกว่าการเป็นคนบริหารเยอะเลย
ด้วยความที่เด็กโครงการนี้ถามกันยับ มีคำถามที่น่าสนใจมากมาย แต่ขอยกคำถามสุดคลาสสิคนี้มาเล่าให้ฟัง คือ “ทำยังไงให้กทมดีกว่านี้”
พี่ศานนท์เล่าว่าเคยมีโอกาสได้คุยกับผู้ว่าของเมืองโตเกียว สิ่งที่เขาพูดถึงคือ การจัดการพลังงาน การจัดงานโอลิมปิก
แต่สิ่งที่กทมพูดถึงคือน้ำท่วม การเก็บขยะ การจัดการทางเท้า
สเกลต่างกันคนละเรื่องเลยเนอะ แต่ทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น?
เพราะว่าเรื่องที่กทมพูดถึงมันคือการจัดการระดับเขต ซึ่งมันไม่ควรเป็นหน้าที่ของผู้ว่า นั่นคือควรมันควรมีคนจัดการในระดับเขต แล้วให้ผู้ว่าได้มาจัดการงานในภาพใหญ่ เหมือนที่ผู้ว่าโตเกียวเขากำลังทำอยู่
โดยคนจัดการระดับเขตนั้นก็มารับผิดชอบในระดับเส้นเลือดฝอย คอยตอบสนองประชาชน
ค่อนข้างเห็นด้วย และเรามองว่าเป็นปัญหาหลักของประเทศไทย เช่น สสมีอำนาจนิติบัญญัติ แต่เขาต้องมาจัดการเรื่องซ่อมถนน -.-
แต่สุดท้ายไม่ว่ามันจะเละเทะยังไงก็ตาม ทุกคนมีอำนาจอยู่ในมือนะ


Leave a comment