ในชีวิตชีวิตที่ผ่านมาเราค่อนข้างมี Bias กับคำว่า Connection หรือคำเท่ๆว่า Who Not How เพราะรู้สึกเหมือนกับการที่เราไปเอาเปรียบหรือเบียดเบียนคนอื่น
แต่พอมาช่วงนี้ได้ดูรีวิวจากหลายๆที่ได้แนะนำหนังสือ Who Not How ที่เขียนโดย Dan Sullivan กันเยอะมาก เลยทำให้ใจอ่อน ประกอบกับก็อยากลองเอาสิ่งที่ตรงข้ามกับตัวเองมาใส่หัวซะบ้าง ซึ่งอาจถือเป็นความโรคจิตอย่างหนึ่งของเราเอง 555

เลยได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วมันก็ทำให้มุมมองต่อคำว่า Who Not How ของเราเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เนื้อหาในหนังสือ
ตอนเด็กๆเราคงเคยได้ยินครูบอกว่าต้องทำงานนี้ด้วยตัวเองนะ ใครให้คนอื่นช่วยจะโดนตี
นี่เป็นสิ่งที่เราได้ยินบ่อยมาก ๆ เรียกได้ว่าฝังอยู่ในสมองเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกว่าเมื่อเราเจอปัญหาอะไร เราก็จะถามว่า How ตลอด เพราะต้องทำด้วยตัวเองให้ได้
โดยหนังสือเล่มนี้ได้บอกไว้ว่า เวลาเราเจอปัญหาแล้วเราถามว่า How ในกรณีที่ดีที่สุดเราก็จะแก้ปัญหานั้นได้ แต่แน่นอนว่าในบางครั้งจะแก้ปัญหานั้นไม่ได้
แต่ถ้าหากเราเปลี่ยนเป็นถามว่า Who หรือหมายถึงการถามว่า “ใครจะช่วยเราแก้ปัญหานี้ได้บ้าง” มันคือการที่เราได้เข้าถึงวิธีคิด ข้อมูลเชิงลึก ทรัพยากร และความสามารถที่เราไม่มีในปัจจุบันได้ในทันที
สรุปสั้นๆได้ว่า How ไม่ได้ให้อะไรพิเศษ แต่ Who ที่ถูกคนอาจจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นแบบคาดไม่ถึง
แต่บางทีเราอาจจะรู้สึกว่า การที่เราขอให้คนอื่นช่วยนี่เป็นการรบกวนคนอื่นหรือเปล่า? โดยในเล่มนี้ได้บอกไว้ว่า การที่เราช่วยเหลือคนอื่นก็เราก็เป็น Who ของเขาเช่นกัน ช่วยให้เขาได้มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
โดยส่วนตัวเรายังเชื่อว่าเราทำได้ทุกอย่างบนโลกตามที่ต้องการ เพียงแต่มันจะต้องใช้เวลาในการทำนานแค่ไหน ซึ่งถ้าสิ่งนั้นเป็นความฝันของเรา สิ่งที่เราให้คุณค่า หรือสิ่งที่เราถนัด ก็ทำได้ไม่มีปัญหา
แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่เป้าหมายของเรา หรือเป็นแค่ส่วนเล็กๆของเป้าหมายเรา การมองหา Who ที่ใช่อาจเป็นเรื่องเหมาะสมมากกว่า แล้วนำเวลาของเราไปลงทุนกับสิ่งที่สมควรแก่เวลาจริงๆ
แน่นอนว่าเราต้องเก่งและทำงานหนัก แต่มันจะไม่มีคุณค่าเลยถ้าไม่สามารถแปลงสิ่งเหล่านี้มาเป็นผลลัพธ์ได้
มาเริ่มมองหา Who ที่ใช่ พร้อมๆกับเป็น Who ที่ทำอย่างเต็มที่ให้คนอื่นด้วยนะ


Leave a reply to [Day 14/100] เพิ่มเวลาว่างด้วย Impact Filter – Kornkan Changsila Cancel reply